เมื่อมีโอกาสได้ออกเดินไปยังสถานที่อื่น
นอกเหนือจากพื้นบ้านของตัวเอง
ใครหลายๆ คนก็คงจะเป็นเหมือนกัน...
เมื่อเราก้าวเท้าออกจากบ้าน
สิ่งแรกที่เรามองมักจะเป็น
ท้องฟ้า พื้นที่กว้างใหญ่สีฟ้าสดใส
บางครั้งอาจมีเมฆสีขาวแลดูละมุนลอยบดบังแสงอาทิตย์
หรือบางครั้งอาจมีดวงดาวนับร้อยนับพันส่องแสงประกายในยามค่ำคืน
น้อยคนนักที่จะก้มลงมองพื้นใต้เท้าของตัวเอง...
พื้นใต้เท้าอยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด
แต่เป็นสิ่งที่เราสนใจมองน้อยที่สุด
อย่างที่คนเราชอบพูดกันว่า
สิ่งใดใกล้ตัวมักมองข้าม สิ่งใดไกลตัวมักสนใจ
พื้นดินใต้เท้าเราเป็นสิ่งที่บ่งบอกสถานะหรือเตือนความทรงจำให้แก่ตัวเราได้ดีที่สุด
เพราะเมื่อก้มลงไปมอง เราก็จะรู้ตัวเองทันทีว่ากำลังยืนอยู่ที่ไหน
ยืนอยู่จุดไหน ยืนอยู่บนพื้นดิน
พื้นอิฐ หรือพื้นปูน
และที่สำคัญมันสามารถเตือนให้เรารู้ว่า
คนเราทุกคนต่างก็เท่าเทียมกัน เพราะมีใครบ้างที่เท้าไม่ติดพื้น
เมื่อเราลองก้มมองพื้นใต้เท้าของเราในแต่ละที่
เราจะพบว่าทุกพื้นที่บนโลกต่างมีเรื่องราวและเรื่องเล่าแตกต่างกันไป
บางที่อาจจะเก่าพุพัง
บางทีอาจจะสวยงดงาม หรือบางทีอาจจะเขียวชอุ่มเต็มไปด้วยผืนหญ้า
เมื่อเราได้เดินออกไปไหนไกลๆ
ลองก้มมองที่เท้าของตัวเองดูสักครั้งว่าพื้นที่เรายืนอยู่เป็นแบบใด
แตกต่างกันตรงไหน
บางครั้งถ้าเราอยากรู้ว่าเราเดินมาได้ไกลแค่ไหนก็ลองก้มมองที่พื้น
แทนการมองท้องฟ้าดูบ้าง
เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ท้องฟ้าก็ยังเป็นท้องฟ้า
แต่พื้นยังสามารถเปลี่ยนเป็นดิน
ปูนหรือแม้แต่อิฐได้
การมองพื้นอาจไม่ได้ช่วยให้สมองเราปลอดโปร่งเหมือนมองท้องฟ้า
แต่มันก็ทำให้เราพอจะรู้ว่า ทางข้างหน้ามันจะเป็นแบบใด
จะมีหลุมมีบ่อที่เราอาจจะตกหรือไม่
หรือมีเหรียญนำโชคตกอยู่บ้างหรือเปล่า
"ท้องฟ้านั้นน่าหลงใหลก็จริง แต่เราก็อย่ามองจนเพลิน
จนลืมไปว่าเรากำลังยืนอยู่บนพื้น ไม่ใช่ลอยอยู่บนท้องฟ้า"



No comments:
Post a Comment