คุณเคยทำแก้วแตกไหม...
คุณสงสัยไหมว่าทำไม แก้วถึงแตก...?
เพราะมันเปราะบางหรือว่ามันเกิดรอยร้าว
หรือเพราะว่าเรา ดูแลมันได้ไม่ดี
ในบางครั้งเหตุผลเหล่านั้นก็ไม่สามารถจำกัดความให้มันได้
--- ถ้าแก้วมันจะแตก ต่อให้มีรอยร้าวหรือไม่มีมันก็แตก
และถ้าเราไม่ทันระวัง ก็แค่โดนบาด
แต่เราจะรู้สึกเจ็บมากหรือเจ็บน้อย
สิ่งเหล่านั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งสิ้น ---
บาดแผลอาจเกิดจากเศษแก้วเล็กๆ ที่บางทีดูเหมือนไม่หนักหนาอะไร
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราไม่ยอมปล่อยวาง
และเอาแต่พร่ำเพ้อ ว่าแผลจากเศษแก้วเล็กๆ นั้นมันชั่งแสนเจ็บปวด
จากแผลเล็กก็จะกลายเป็นแผลใหญ่ ทำร้ายเราให้ทรมานไม่รู้จักหายอยู่ดี
แก้วที่แตกแล้ว ส่วนมากก็ไม่มีใครเก็บมันเอาไว้ใช้อีก
ซึ่งก็เหมือนกับบางสิ่งบางอย่างที่พังไปก็ไม่ควรเก็บเอาไว้
เพราะมันก็เหมือนแก้วที่แตกไปแล้ว
ไม่มีประโยชน์อะไรให้ใช้อีกต่อไป
แต่ถ้าเรายังคงหวงแหนและหลงใหลในแก้วใบเดิม
จนไม่สามารถตัดใจทิ้งไปได้ แม้ว่ามันจะกลายเป็นแค่
เศษแก้วธรรมดาๆ แล้วก็ตาม
และ
ถ้าเรายังมีความอดทนมากพอ
ก็แค่เอาเศษแก้วเหล่านั้นกลับมาหลอมใหม่
แต่สิ่งเดียวที่เราควรจำเอาไว้ก็คือ
... เราจะไม่ได้แก้วใบเดิมเท่านั้นเอง ...
ก้มเก็บเศษแก้วที่กระจัดกระจายมากเท่าไหร่
สิ่งที่ได้ก็คงไม่พ้น ความเจ็บปวดที่เกิดจากจิตใจที่เอาแต่ยึดติด
ทางแก้ในบางครั้งอาจไม่ใช่เก็บเศษแก้ว หรือ หลอมใหม่
แต่อาจเป็นแค่การปล่อยวาง
เพราะยังไงเราก็รู้ว่ายิ่งเก็บก็ยิ่งเจ็บ
และทำไมเราไม่เลือกที่จะเงยหน้าจากเศษแก้วล่ะ
ในบางครั้ง บางอย่างสองสิ่งนี้ก็มีความเหมือนกัน
เพราะความรู้สึกมันก็เปราะบาง
และเกิดรอยร้าวง่ายไม่ต่างจากแก้วเลย
และเกิดรอยร้าวง่ายไม่ต่างจากแก้วเลย
และถ้าเราดูแลมันได้ไม่ดี
เราก็อาจทำมันหลุดมือตกลงมาแตก
แต่บางอย่างมันก็ต่างกัน
เพราะแก้วเรายังสามารถมองเห็นได้ว่า
มันเกิดรอยร้าวและใกล้จะแตก
แต่ความรู้สึกเราไม่สามารถมองเห็นมันได้
และไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่มันจะตกแตก
แต่ความรู้สึกเราไม่สามารถมองเห็นมันได้
และไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่มันจะตกแตก
ถ้าเราไม่ใช่คนที่ชั่งสังเกต...
แต่ถึงจะเหมือนหรือไม่เหมือนกันอย่างไร
ทั้งแก้วและความรู้สึก
ต่างก็เป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจและดูแลมันให้ดีๆ
เพราะถ้ามันเสียหายขึ้นมาเมื่อไหร่
ก็ยากเหลือเกินที่จะซ่อมแซมมันให้เหมือนเดิม
I wish you would smile :)




No comments:
Post a Comment