เมื่อสายลมพัดมา...
ก็เปรียบเสมือนเครื่องเตือนความรู้สึกต่างๆ
ที่กำลังตอกย้ำถึงความไม่แน่นอน
และการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินอยู่ทุกวัน
ทุกเวลา...
อย่างที่ว่ากันว่า เข็มนาฬิกามีแต่เดินหน้าไม่มีเดินถอยหลัง
บางครั้งบางคราสายลมก็อาจจะพัดมารุนแรง
จนแปรเปลี่ยนจากสายลมกลายเป็นพายุ
พัดโหมกระหน่ำอย่างไม่ปราณี
แต่ในบางครั้งสายลมก็อาจจะพัดพามาเพียงแผ่วเบา...
จนบางครั้งทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีซึ่งลมเพียงน้อยนิดพัดผ่าน
มาให้ประสาทการรับรู้ได้รู้สึกความเย็นที่ปะทะเนื้อกาย...
ที่พัดผ่านเข้ามาเยี่ยมเยือนคนเรา
บางคนอาจจะเปรียบให้พายุนั้นเป็นดั่งความทุกข์
ที่พัดโหมกระหน่ำซ้ำเติมไม่รู้จักหยุด
แต่สำหรับบางคนก็อาจจะมองว่า
พายุนั้นเป็นเหมือนความสุขที่พัดพาเอาความสุขเข้ามาเป็นหอบใหญ่
คนเราจะมีความสุขก็ต่อเมื่อมองโลกในแง่ดี
มองเรื่องร้ายเป็นแค่เรื่องเล็ก
มองโลกที่มืดมนว่ายังพอมีแสงสว่าง
แต่แน่นอนที่สุดคือเมื่อสายลมไม่เคยหยุดพัด
แล้วไฉนพายุจะไม่เคยหยุดหมุน
ต่อให้พายุพัดโหมมาหนักสักเท่าไหร่
สุดท้ายมันก็ต้องพัดจากเราไปอยู่ดี
แล้วความมืดดำของพายุก็ย่อมจะจากไป
และมอบแสงสว่างที่แสนสดใสคืนเรามาเช่นเดิม
เมื่อสายลมพัดมา...
ไม่ต้องกังวลกับมันว่ามันจะเป็น
พายุ หรือ สายลมอ่อนๆ
แค่รับรู้และคำนึงอยู่ตลอดเวลาว่า
เมื่อใดก็ตามที่สายลมพัดมา ไม่ว่าจะพัดมาแบบไหน
สุดท้ายก็ต้องพัดจากไปแน่นอน
แค่รับรู้และลืมตามองดูว่าตอนนี้ตัวเรากำลังทำอะไรอยู่
พร้อมกับฉีกยิ้มรอรับสิ่งที่สายลมจะพัดมาอย่างเข้มแข็งก็เพียงพอ




No comments:
Post a Comment